RSS

รถไฟ

รถไฟเริ่มเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อประมาณสามร้อยปีมาแล้ว เดิมทีเดียวสร้างขึ้นเพื่อใช้บรรทุกถ่านหิน รถนั้นมีล้อ แล่นไปตามรางและใช้ม้าลาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2357 จอร์จ สตีเฟนสัน (George Stephenson) ชาวอังกฤษ ได้ประดิษฐ์รถจักรไอน้ำ ชื่อว่า ร็อคเก็ต (Rocket)ซึ่งสามารถแล่นได้ด้วยตนเองเป็นผลสำเร็จ นำมาใช้ลากจูงรถแทนม้าในเหมืองถ่านหิน ภายหลังจากนั้นก็ได้มีผู้ประดิษฐ์รถจักรไอน้ำและรถจักรชนิดอื่นๆ ขึ้นอีกหลายแบบ รถไฟได้เปลี่ยนสภาพจากรถขนถ่านหินมาเป็นรถสำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ดังเช่นในปัจจุบัน

กิจการรถไฟของไทยนั้น ได้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2429 ตรงกับรัตนโกสินทร์ศกที่ 105 ไทยได้ให้สัมปทานแก่บริษัทชาวเดนมาร์กสร้างทางรถไฟสายแรกจาก กรุงเทพมหานคร ถึงสมุทรปราการ เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าให้ตั้งกรมรถไฟหลวงขึ้น โดยสังกัดกระทรวงโยธาธิการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระองค์เสด็จประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง กรุงเทพมหานครถึงอยุธยา เป็นระยะทาง 71 กิโลเมตร ซึ่งทางการได้ถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟหลวง ปัจจุบันทางรถไฟที่สำคัญของประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นรวมสี่สาย คือ สายเหนือ ถึงจังหวัดเชียงใหม่และสุโขทัย สายใต้ ถึงประเทศมาเลเซีย สายตะวันออก ถึงจังหวัดสระแก้ว และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและอุบลราชธานี รวมเป็นระยะทาง 3,855 กิโลเมตร

 ประเภทของรถจักร
ในโลกมีรถจักรอยู่หลากหลายประเภท แต่รถจักรประเภทหลักๆที่มีใช้อยู่หลากหลายในโลก คือ

รถจักรไอน้ำ (Steam Locomotive) ใช้พลังแรงดันสูงจากไอน้ำอันเกิดจากน้ำต้มเดือด ในการดันลูกสูบเพื่อหมุนล้อ ปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว
รถจักรดีเซล(Diesel Locomotive)แบ่งออกเป็น
รถจักรดีเซลการกล (Diesel-Mechanical Locomotive) ใช้เครื่องยนต์ดีเซลโดยตรงในการขับเคลื่อนล้อ ปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว
รถจักรดีเซลไฮดรอลิก (Diesel-Hydrolic Locomotive)
รถจักรดีเซลไฟฟ้า (Diesel-Electric Locomotive) ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกำเนิดไฟฟ้านำไปหมุนมอเตอร์ลากจูง (Traction Motor:TM)เป็นรถจักรดีเซลที่มีใช้การมากที่สุดในโลก [ต้องการอ้างอิง]
รถจักรไฟฟ้า (Electric Locomotive) ใช้ไฟฟ้านำไปหมุนมอเตอร์ลากจูง (Traction Motor:TM) เป็นรถจักรที่มีกำลังสูงมากกว่าประเภทอื่นๆ [ต้องการอ้างอิง]นอกจากนี้ ยังมีรถโดยสารที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ได้แก่
รถดีเซลราง (Diesel Multiple Unit:DMU) เป็นรถโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังดีเซล ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยดีเซลการกล หรือดีเซลไฮดรอลิก
รถรางไฟฟ้า (Electric Multiple Unit:EMU) เป็นรถโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ซึ่งใช้ไฟฟ้า
รถไฟไทยประเภทต่างๆ
ขบวนรถด่วนพิเศษ – ให้บริการเฉพาะ ชั้น 1 และ 2 ยกเว้นขบวนรถด่วนพิเศษ 37/38 กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ที่มีตู้โดยสารชั้น 3 พ่วงด้วย
ขบวนรถด่วน – ให้บริการทุกชั้น ยกเว้นขบวนรถด่วน 51/52 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ที่ไม่มีตู้โดยสารชั้น 1 และขบวนรถด่วน 67/68 กรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ ที่ไม่มีตู้โดยสารชั้น 3
ขบวนรถเร็ว – ให้บริการเฉพาะชั้น 2 และชั้น 3 ยกเว้นขบวนรถเร็ว 105/106 กรุงเทพ-ศิลาอาสน์-กรุงเทพ เพราะเป็นขบวนรถดีเซลราง
ขบวนรถธรรมดา – ให้บริการเฉพาะชั้น 2 และชั้น 3 เช่นเดียวกันกับรถเร็ว ยกเว้นขบวนรถธรรมดาบางขบวนที่ใช้รถดีเซลราง เช่น 209/210 กรุงเทพ-บ้านตาคลี-กรุงเทพ ,281/282 กรุงเทพ-กบินทร์บุรี-กรุงเทพ
ขบวนรถชานเมือง – ให้บริการชั้น 3 บางขบวนอาจจะมีรถชั้น 2 พ่วงมาบ้าง ยกเว้นขบวนรถชานเมือง 355/356 กรุงเทพ-สุพรรณบุรี-กรุงเทพ ,ขบวนรถในสายบ้านแหลม-แม่กลอง และขบวนรถชานเมือง 388/391 กรุงเทพ-ชุมทางฉะเชิงเทรา-กรุงเทพที่เป็นรถชั้น 2 ทั้งขบวน
ขบวนรถท้องถิ่น – ให้บริการชั้น 3 ส่วนใหญ่จะเป็นรถดีเซลรางชั้น 3 แต่ขบวนรถท้องถิ่นในเส้นทางสายใต้ใช้รถจักรทำขบวน บชส.
ขบวนรถรวม – ให้บริการทั้งรถโดยสารและสินค้า ในปัจจุบันมีเพียง 4 ขบวนในเส้นทางสายใต้เท่านั้น คือขบวนรถรวม 485/486 ชุมทางหนองปลาดุก-น้ำตก-ชุมทางหนองปลาดุก และขบวนรถรวม 489/490 สุราษฎร์ธานี-คีรีรัฐนิคม-สุราษฎร์ธานี
ขบวนรถนำเที่ยว – ให้บริการชั้น 3 อาจมีรถปรับอากาศชั้น 2 พ่วงในบางขบวน
ขบวนรถวิ่งระหว่างเมืองใหญ่ – เป็นรถดีเซลรางปรับอากาศชั้น 2 ทุกขบวน ยกเว้น ขบวนรถด่วน 75/78 กรุงเทพ-อุดรธานี-กรุงเทพที่มีรถชั้น 3 พ่วงมาด้วย
ขบวนรถสินค้า – เป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสินค้า
 องค์ประกอบของการเดินขบวนรถไฟที่สำคัญ
ทางรถไฟ – ทางที่มีรางเหล็ก 2 เส้น วางขนานกันบนไม้หมอนที่มีหินโรยทางรองรับ ไม้หมอนและรางจะยึดติดกันไว้ด้วยเครื่องยึดเหนี่ยวราง
รถจักร – ทำหน้าที่ลากจูงรถไฟคันอื่นๆ ให้เคลื่อนที่ไปได้โดย รถจักรมีหลายชนิด ได้แก่ รถจักรไอน้ำ,รถจักรดีเซล,รถจักรไฟฟ้า และ รถจักรกังหันก๊าซ
รถพ่วง – ได้แก่ รถสำหรับบรรทุกคนโดยสาร ซึ่งเรียกว่า รถโดยสารและรถสำหรับบรรทุกสินค้า ซึ่งเรียกว่า รถสินค้า
เครื่องอาณัติสัญญาณ – เป็นเครื่องมือควบคุมการจราจรเพื่อความปลอดภัย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการเดินรถ เช่น เสาสัญญาณชนิดหางปลา (semaphore) ,สัญญาณธงผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และ ตะเกียงสัญญาณ
สถานีรถไฟ
     ในปัจจุบันเส้นทางคมนาคมและขนส่งที่สำคัญมี ๓ ทาง คือ ทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ทางน้ำเราสามารถเดินทางและขนส่งได้โดยเรือพาย เรือยนต์ หรือเรือเดินสมุทรซึ่งใช้ติดต่อระหว่างประเทศหรือทวีป สำหรับทางบกในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่นอกจากจะเดินทางและขนส่งโดยรถไฟแล้ว ยังสามารถเดินทางและขนส่งโดยรถยนต์ได้อีกด้วย ส่วนทางอากาศใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะ
รถไฟเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งสร้างขึ้นด้วยเหล็กและไม้เป็นส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นคันยาวพ่วงต่อกันเป็นขบวนสั้นบ้าง ยาวบ้าง โดยมีรถจักรเป็นต้นกำลังทำการฉุดลากขบวนรถเหล่านั้นให้วิ่งไปบนรางเหล็กซึ้งวาง ขนานคู่กันไป โดยปกติคันแรกจะเป็นคันที่มีกำลังเรียกว่า รถจักร เป็นตัวฉุดลากคันอื่นๆ ที่พ่วงอยู่ให้เคลื่อนที่ไป จะมีบ้างที่บางคันมีเครื่องยนต์ในตัวเองและสามารถวิ่งไปได้เองเช่นเดียวกับรถยนต์ เรียก กันว่า รถยนต์รางแต่โดยทั่วไป เครื่องยนต์ที่ใช้ในรถดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ดีเซล จึงนิยมเรียกรถนี้ว่ารถดีเซลราง
การขนส่งโดยทางรถไฟนับว่าเป็นที่นิยมทั่วไป ทั้งนี้เพราะเป็นพาหนะที่สามารถบรรทุกของได้ครั้งละมากๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะการขนส่งในระยะทางไกล ๆ และมีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับการขนส่ง ทางบกทางอื่น โดยเฉพาะทางถนนได้แก่รถยนต์ เป็นต้น
รถไฟในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นกำเนิด เขาเรียกว่า “Rail-way” ซึ่งแปลว่าทางเหล็ก ก็เพราะเขาได้พิจารณาจากลักษณะของทางที่รถเคลื่อนไปซึ่งทำด้วยเหล็กเส้นยาว ๆ ที่มีความแข็งแรงวางเป็นคู่ขนานกัน ไป แล้วให้ล้อรถกลิ้งไปบนเหล็กขนานคู่นี้ โดยครั้งแรกใช้ม้าลากจูง แต่การที่คนไทยเรียกว่า “รถไฟ” นั้น ก็โดยพิจารณาจากลักษณะของรถจักรที่ลากจูง ซึ่งในระยะแรกเริ่มเป็นรถจักรที่ใช้กำลังไอน้ำ และ ไอน้ำจะเกิดได้ต้องใช้ไฟไปต้มน้ำให้เดือดเป็นไอ เราจึงเรียกว่า “รถไฟ”
ประโยชน์ของรถไฟที่เห็นเด่นชัดกว่าล้อเลียนประเภทอื่นก็คือ สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงและมีความฝืดในการเคลื่อนที่ต่ำ

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 24, 2011 in Uncategorized